เมื่อเช้าไปโรงพยาบาล (เป็นลมพิษเรื้อรัง) หมอนัดให้ไปตรวจเลือด แล้วก็ทำ skin test.......ไปรอเป็นชั่วโมง ปรากฏว่าไม่ได้ตรวจ
!!!! หมอบอกว่าต้องงดยาอย่างน้อย 7 วัน ก่อน จึงจะตรวจได้ (อ้าวแล้วที่ตูไปแอ๊ดมิดแล้วนัดตูมาน่ะ มันหมายฟายว่าอายราย
)....ชิ!
เข้าสู่สาระ
โรคลมพิษ : ผื่นลมพิษเป็นผื่นที่คนทั่วไปรู้จักกันดี ลักษณะผื่นจะเป็นปื้นนูนขนาดใหญ่หรือเล็กก็ได้ มักมีสีแดงและมีอาการคัน ผื่นมักจะขึ้นและกระจายทั่วตัวอย่างรวดเร็ว ถ้ามีผื่นบริเวณหนังตาและปากมักจะบวมมากมองดุน่ากลัว ทำให้ต้องรับมาพบแพทย์ โรคลมพิษพบได้บ่อยมาก เชื่อกันว่าประมาณร้อยละ 10 ของประชากรทั่วไปมักจะเคยมีผื่นลทพิษขึ้นอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต
สาเหตุ : ผื่นลมพิษเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ยา อาหาร การติดเชื้อ และปัจจัยทางกายภาพ เช่น แสงแดด ความร้อน ความเย็น แรงสั่นสะเทือน สิ่งกดรัด เป็นต้น โดยสาเหตุเหล่านี้จะกระตุ้นให้มีการหลั่งสารเคมีชนิดที่เรียกว่า ฮีสตามีน ออกจากเซลชนิดหนึ่งในผิวหนัง ซึ่งจะทำให้เกิดอาการผื่นแดง บวม และ คัน <--- เอ๊ะ!! เป็นสาเหตุทำให้ชั้นตัวบวมไม๊หรอ
<<-- คิดว่ามาจากการกินจุมากกว่าว่ะ
<<<--- อ้าวหรอ ขอบใจนะที่บอก <<<<--- เออ เมิงเก่ง คุยคนเดียวก็เป็น....![]()
ในการค้นหาสาเหตุของลมพิษ จะต้องอาศัยการสังเกตของผู้ป่วยเป็นหลัก ว่าผื่นลมพิษมักจะขึ้นภายหลังการรับประทานอาหารหรือยาชนิดใด ผื่นขึ้นมากในระหว่างการทำอะไร หรือช่วงใดของวัน ในรายที่เพิ่งเป็นลมพิษมาไม่นานก็อาจจะสังเกตสาเหตุได้ง่าย หากหลีกเลี่ยงสาเหตุได้ผื่นลมพิษก็จะไม่ขึ้นอีก แต่ถ้าเป็นมานานๆ ก็ มักจะหาสาเหตุได้ยาก ทำให้เป้นเรื้อรังเนื่องจากอาจจะได้รับสิ่งกระตุ้นให้ลมพิษขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยไม่ทราบว่าสิ่งนั้นเป็นสาเหตุ
อาหาร : การเกิดลมพิษ อาจเกิดจากแพ้อาหารหรือสิ่งอื่นที่ผสมอยู่ในอาหาร เช่น สารแต่งกลิ่นรส สีผสมอาหาร สารกันบูด หรือสิ่งปนเปื้อนอื่นๆ ผื่นอาจขึ้นภายในเวลาเป็นนาทีหรือชั่วโมงภายหลังรับประทานอาหาร ที่มีรายงานว่าทำให้ลมพิษ ได้แก่ ถั่ว ปลา ไข่ นม ชอคโกแลต มะเขือเทศ และผลไม้สด บางชนิด หากสงสัยว่าแพ้อาหาร ผู้ป่วยจะต้องจัดชนิดของอาหารที่รับประทานอาหารชนิดใดแล้วผื่นขึ้นมากบ้าง และอาจลองหยุดรับประทานอาหารที่สงสัยดูว่าผื่นลมพิษจะหายไปหรือไม่
ยา : ที่จริงแล้ว ยาทุกชนิดมีโอกาสทำให้เกิดผื่นลมพิษได้ทั้งสิ้น แต่ชนิดที่มักเป็นสาเหตุได้บ่อย ได้แก่ ยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด ยาคลายเครียดและระงับประสาท การสืบค้นพบว่ายาชนิดใดเป็นสาเหตุ ต้องอาศัยความร่วมมือกับทั้งผู้ป่วยและแพทย์ มียาบางชนิดที่ผู้ป่วยอาจนึกไม่ถึงว่าอาจจะเป็นสาเหตุของลมพิษ ได้แก่ ไวตามิน ยาถ่าย ยาระบาย ยาหยอดหู ยาหยอดตา ยาลูกกลอน หรือยาแผนโบราณชนิดต่างๆ ที่ผู้ป่วยอาจซื้อมารับประทานเองก็ได้
การติดเชื้อ : ชนิดที่เป็นสาเหตุของลมพิษได้บ่อย คือ การเป็นหวัด และการติดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนต้น เช่น จมูกอักเสบ ทอนซิลอักเสบ ไซนัสอักเสบ เป็นต้น นอกจากนี้อาจเป็นการอักเสบเฉพาะที่ เช่น ฟันผุ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ การติดเชื้อภายในช่องคลอดสตรี หรือ การมีพยาธิลำไส้ เป็นต้น ซึ่งแพทย์จำเป็นจะทำการตรวจหาการอักเสบติดเชื้อเหล่านี้และให้การรักษา
การรักษา : การรักษาที่ดีทีสุด คือ การหาสาเหตุให้พบและหลีกเลี่ยง สาเหตุนั้นบางครั้งไม่สามารถหาได้พบ อย่างไรก็ตามเพื่อทำให้ผื่นยุบและบรรเทาอาการคัน แพทย์จะต้องให้ยาที่ออกฤทธิ์ต่อต้ารสารฮีสตามิน ซึ่งบางครั้งจะมีฤทธิ์ข้างเยงทำให้ง่วง มักจะง่วงมากในระยะแรก แต่ต่อมาผู้ป่วยจะพอทนได้ แต่หากง่วงมากจนรบกวนการทำงานหรือทำกิจวัตรประจำวัน ก็ให้บอกแพทย์เพื่อขอเปลี่ยนชนิดของยา ยาแต่ละชนิดจะมีประสิทธิภาดีต่อผู้ป่วยแต่ละคนไม่เท่ากัน เข้าทำนองลางเนื้อชอบลางยา หากรับประทานยาในขนาดเหมาะสม เป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้วยังมีผื่นลมพิษขึ้นมากอยู่ ควรบอกกับแพทย์เพื่อทำการเปลี่ยนบาให้เหมาะกับผู้ป่วยต่อไป
ในรายที่เป็นลมพิษเรื้อรังบางครั้งอาจต้องรับประทานยาติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็ไม่ต้องกังวลใจว่าจะทำให้เกิดเป็นพิษตกค้าง แต่หากรับประทานยาชนิดใดชนิดหนึ่งติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ อาจมีอาการดื้อยาได้ ควรบอกแพทย์เพื่อเปลี่ยนชนิดยาให้เหมาะสมต่อไป